Skip to content

โบสถ์เซนต์ยอเซฟ

วัดสำคัญวัดหนึ่งที่สืบเนื่องได้ถึงการหยั่งรากฐานของคริสตศาสนาที่เริ่มเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยโดยพระ สังฆราชลังแบรต์ เดอลาม็อตได้เดินทางมากรุงศรีอยุธยาในพ.ศ.2205 เดิมมุ่งหน้าจะไปเผยแพร่ คริสตธรรมในประเทศจีน แต่ติดที่เรือถูกพายุอับปางและเกิดเหตุทางศาสนาในประเทศจีน คณะนักบวชคริสต์จึง เข้าพักที่กรุงศรีอยุธยาในค่ายของชาวญวณก่อน

ครั้นปีพ.ศ.2208 พระสังฆราชลังแบรต์ทูลขอพระบรมราชานุญาต จากสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสร้างโรงเรียนและวัดนักบุญยอแซฟขึ้น แม้ในคราววิกฤตก่อนกรุงแตก ชาวไทยยังได้อาศัยวัดนี้เป็นป้อมต่อสู้ กับทหารพม่าอย่างสุดกำลัง จนถึงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2310 ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะเสียแก่พม่าเพียง 10 วัน ซึ่งวัดโดนเผาทำลาย ทรัพย์สินถูกปล้นสะดมคณะนักบวชตลอดจนพระสังฆราชบริโกต์ก็ถูกกวาดต้อนไปพม่าด้วย ได้มีการบูรณะอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 ราว พ.ศ.2426 สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2434 ใช้ระยะเวลาการสร้างถึง 8 ปีแต่ด้วยอาคารวัดมีอายุถึง 100 กว่าปี ผนัง หลังคาและพื้นมีการทรุดโทรมชำรุด เสียหายมากขึ้นไปตามกาลเวลา รวมทั้งส่วนประดับอาคารต่างๆ เช่น ฝ้าเพดาน ซุ้มนักบุญ และหน้าต่างกระจกสี ซึ่งมีความสวยงามมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมระดับช่างฝีมือ ต่อมาในปี พ.ศ.2374 คุณพ่อปัลเลอกัวและคณะได้เดินทางมาเมืองไทยจึงได้มีการบูรณะฟื้นฟูอีกครั้งและทางอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้ช่วยบูรณะวัดใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งจัดที่บรรจุศพของพระสังฆราชปีแอร์ลอมแบรต์ เดอ ลาม็อตและพระสังฆราชหลุยส์ ลาโนไว้ภายในวัดบริเวณด้านพระแท่นทั้งสองข้าง ส่วนอัฐิของพระสังฆราช 6 องค์ รวมทั้งบรรดามิชชันนารีอีก 23 องค์ได้ย้ายไปบรรจุไว้ในอนุสรณ์สถานฯ ในสุสานของวัด
ปัจจุบันโบสถ์สไตล์ฝรั่งเศสแห่งนี้จึงรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความงามทางสถาปัตยกรรมโบราณไว้ได้ โบสถ์คริสต์แห่งแรกของประเทศไทยนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วย เปิดให้เข้าชมเวลา 09.00 - 17.00 น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand