Skip to content

ออกแบบบ้านชั้นเดียวให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

ออกแบบบ้านชั้นเดียวให้ถูกหลักฮวงจุ้ย การออกแบบ บ้านชั้นเดียว ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย ควรคำนึงถึงทิศทางและตำแหน่งของห้องต่างๆ เป็นหลัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อผู้อยู่อาศัย หากตำแหน่งดีก็จะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยพบเจอแต่เรื่องดีๆ แต่ถ้าวางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี อาจส่งผลให้เสียทรัพย์ได้ หรือเจอเรื่องแย่ๆ ในอนาคต

ประวัติศาสตร์การค้นพบฮวงจุ้ยมีมากว่า 5,000 ปี โดยมีหลักของวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน และเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาท่ามกลางพลังงานธรรมชาติ นั่นก็คือ พลังงานแม่เหล็ก ที่ส่งผลต่อธาตุเหล็กในร่างกายมนุษย์ จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมพลังงานแม่เหล็กถึงมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ได้ บ้านของเราก็เช่นเดียวกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น บ้านชั้นเดียว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว ฯลฯ ต่างก็อยู่ท่ามกลางสนามแม่เหล็กโลก บ้านแต่ละหลังจะหันทำมุมกับสนามแม่เหล็กไม่เท่ากัน ส่งผลให้บ้านได้รับพลังงานที่แตกต่างกัน หากได้รับพลังงานดีๆ ก็จะทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านเกิดความคิดใหม่ๆ หรือมีโอกาสเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าได้รับพลังงานร้าย ก็จะเข้ามาเบี่ยงเบนความคิดและการกระทำ ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด “ฮวงจุ้ย” หรือพลังงานจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อชะตาชีวิตอย่างมาก ที่หลายคนไม่ทราบ วันนี้ Gurubaan ได้รวบรวมวิธีออกแบบบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ยมาฝากทุกคนค่ะ

1.ตำแหน่งบ้าน

ตามหลักฮวงจุ้ยของชาวจีน ควรหันหน้าบ้านไปทาง “ทิศใต้” ซึ่งเป็นทิศดีที่สุด เนื่องจากเป็นทิศที่กระแสลมจะสามารถพัดผ่านได้ดีตลอดทั้งปี สำหรับคนจีนที่นิยมประกอบอาชีพค้าขายเชื่อว่า ลมมีส่วนพัดพาพลังงานที่ดีเข้ามาสู่บ้าน ทำให้เกิดความรุ่งเรือง ความเจริญก้าวหน้า และด้วยสภาพอากาศของเมืองไทยที่เป็นเมืองร้อน อาจจะก่อให้เกิดความไม่สมดุลภายในบ้าน ดังนั้น ควรเลือกหันหน้าบ้านไปทาง “ทิศเหนือ” หรือ “ทิศตะวันออก” เพื่อรับแสงอาทิตย์ฝั่งทิศตะวันออก ในช่วงเช้าแดดจะไม่ค่อยร้อนมาก บางครั้งด้วยสภาพแวดล้อมในการปลูกสร้าง อาจจะทำให้ไม่สามารถหันหน้าบ้านไปยังทิศตามหลักฮวงจุ้ยได้ หากบ้านหลังใดจำเป็นต้องหันหน้าบ้านไปยังทิศใต้ หรือทิศตะวันตก ก็สามารถแก้ไขได้โดยการปลูกต้นไม้เพื่อลดอุณหภูมิในช่วงหน้าร้อน และไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่จนบังทิศทางของลม เพราะเป็นการปิดรับพลังงานที่ดีไม่ให้เข้ามาภายในบ้าน

2.ประตูทางเข้าบ้าน

ประตูทางเข้าบ้านถือว่าเป็นด่านแรกในการต้อนรับพลังงานที่ดีเข้ามาภายในบ้าน จึงจำเป็นต้องจัดสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบประตูทางเข้าบ้านให้เป็นระเบียบ ไม่วางของเกะกะดูรกหูรกตา และยังต้องสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้อาศัยอีกด้วย สำหรับการตั้งทิศทางของประตูทางเข้าบ้าน จะต้องไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ และประตูบานอื่นๆ เช่น ประตูตู้เสื้อผ้า ประตูห้องน้ำ หรือบันได อีกทั้งลักษณะของการเปิดประตูบ้านนั้น ประตูจะต้องเปิดเข้ามาภายในบ้าน ไม่ใช่เปิดออกสู่นอกตัวบ้าน เพราะจะเป็นการผลักพลังงานดีๆ ออกจากบ้าน

3.ความสมดุลของประตูและหน้าต่าง

ขนาดต้องสัมพันธ์กับตัวบ้าน ขนาดและการจัดวางตำแหน่งประตูหน้าต่างมีผลต่อความสวยงาม หากประตูหน้าต่างมีขนาดใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป จะทำให้ความสวยงามและสัดส่วนของบ้านดูเสียไป ทางฮวงจุ้ยเชื่อว่า ลูกหลานจะดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังคำพูดของผู้ใหญ่ ควรแก้ไขโดยการแบ่งช่องระหว่างหน้าต่าง หรือประตูให้เล็กลง ปรับสัดส่วนให้เหมาะสม หรือนำกระจกชิ้นเล็กๆ มาติดประดับไว้
สัมพันธ์กับทิศทาง ควรคำนึงถึงทิศทางของแสงแดด และสายลมเป็นหลัก หากแสงแดดเข้าสู่ตัวบ้านมากเกินไป ธาตุไฟจะส่งผลทำให้บ้านร้อน รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการติดกระจกบานใหญ่ในทางทิศตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ หรือควรปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่ทิศทางนั้นๆ
จัดสมดุลของการติดตั้ง เพื่อให้ลมหรือพลังงานดี สามารถเข้าออกบ้านได้ทางประตูและหน้าต่าง ดังนั้น ประตูแต่ละห้องไม่ควรอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป หน้าต่างก็ควรให้อยู่ในระดับกึ่งกลางของผนังบ้าน ไม่สูงและไม่ต่ำจนเกือบชิดพื้น เพื่อรักษาพลังชี่ (Chi) หรือพลังงานดีเอาไว้ ส่วนหลังบ้านต้องไม่มีประตู และหน้าต่างเยอะเกินความจำเป็น เพราะจะทำให้พลังงานชี่อ่อนตัวลง ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย

4.ห้องนอน

ห้องนอนเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ต้องการความสงบ ดังนั้น ควรจะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีพลังงานดี ไม่ขวางทางเคลื่อนไหวของพลังงานหลัก โดยดูจากหลักการวางผังของยันต์แปดเหลี่ยม (Bagua Mirror) และเมื่อเปิดประตูเข้าห้อง เตียงนอนจะต้องไม่ตรง หรือใกล้กับหน้าต่าง หากภายในตัวห้องนอนมีห้องน้ำอยู่ด้วย ควรจัดเตียงนอนให้อยู่เยื้องกัน ถ้าไม่สามารถย้ายได้ ควรหาอะไรมากั้นแทน

5.ห้องครัว

ควรหลีกเลี่ยงการวางผังห้องครัวให้เผชิญหน้ากับประตูทางเข้าบ้าน แต่ถ้าไม่สามารถปรับเปลี่ยนผังได้ สามารถแก้ไขได้โดยการประดับดอกไม้ หรือกระถางสมุนไพรเล็กๆ ซึ่งจะช่วยทำให้ห้องครัวมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ส่วนการตกแต่งห้องครัวก็ควรจัดตำแหน่งตู้เย็น อ่างล้างจาน และตู้อบให้เยื้องกันแบบมุมสามเหลี่ยม

6.ห้องน้ำ

บ้านชั้นเดียว ค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด ดังนั้น การหาพื้นที่ดีๆ สักจุดไว้สำหรับสร้างห้องน้ำก็กลายเป็นเรื่องยาก เนื่องด้วยห้องน้ำมีความสำคัญกับเราทุกคนในบ้าน เราจึงไม่ควรสร้างห้องน้ำบริเวณกลางหลังบ้าน กลางบ้าน ตรงกับประตูเข้าออกบ้าน และห้องครัว

หากบ้านใดมีห้องน้ำตรงกับห้องครัว สามารถแก้ไขได้โดยการหาฉากมากั้นค่ะ ส่วนจุดอื่นๆ อาจจะต้องปรับเปลี่ยน หรือรื้อถอนออก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลเสียให้กับผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเจ็บปวด เรื่องเงินทอง หรือทำให้เกิดเรื่องไม่ดีในบ้านนั่นเองค่ะ

7.ห้องนั่งเล่น

ห้องนี้เป็นจุดศูนย์รวมของคนภายในบ้าน เสริมสร้างการทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง หรือพบปะพูดคุย ซึ่งช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับทุกคนในครอบครัวได้ การจัดห้องนั่งเล่นจะต้องไม่จัดเป็นรูปสามเหลี่ยม เพราะจะทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดเมื่อเจอหน้ากัน ควรจัดแสงในห้องด้วยแสงธรรมชาติ เพื่อให้พลังงานที่ดีได้เคลื่อนไหวไปอย่างธรรมชาติ แต่ถ้าบ้านไหนไม่มีห้องนั่งเล่น แสดงว่าบ้านหลังนั้นฮวงจุ้ยไม่ดีค่ะ

การจัดฮวงจุ้ย บ้านชั้นเดียว อาจจะทำได้ยากกว่าบ้านสองชั้น เนื่องด้วยบ้านชั้นเดียวจะมีห้องต่างๆ รวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน ฯลฯ หากวางตำแหน่งห้องไม่ถูกต้อง จะส่งผลเสียง่ายกว่าบ้านสองชั้นนั่นเองค่ะ หากใครกำลังคิดจะสร้างบ้านชั้นเดียวอยู่ละก็ ลองนำหลักฮวงจุ้ยที่เราแนะนำไปใช้ได้เลยนะคะ เราไม่หวงค่ะ หากอยู่แล้วดี อย่าลืมมาบอกต่อด้วยน้า….