Skip to content

ขุนคลังญี่ปุ่นยอมรับแก้เอกสารช่วยภริยานายกฯ แต่ยันไม่ลาออก

รมว.กระทรวงการคลังญี่ปุ่นยอมรับ มีการแก้ไขเนื้อหาในเอกสารการซื้อขายที่ดินให้กับหนึ่งในคนสนิทของภริยานายกรัฐมนตรี แต่ปฏิเสธลาออกจากตำแหน่ง แม้เข้าข่ายเป็นการเอื้อผลประโยชน์ก็ตาม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่านายทาโร อาโสะ รมว.กระทรวงการคลังญี่ปุ่น กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร ยอมรับว่ามี "การปรับเปลี่ยน" เนื้อหา 14 จุด

ในเอกสารการซื้อขายที่ดินของรัฐเมื่อปี 2559 "ในราคาพิเศษ" ที่ถูกกว่าราคาปกติถึง 10 เท่า ให้กับโรงเรียนเอกชน "โมริโมโตะ" ในจังหวัดโอซาก้า ซึ่งผู้บริหารของสถาบันมีความสนิทสนมกับนางอากิเอะ อาเบะ ภริยาของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ  โดยการแก้ไขมีขึ้นหลายครั้งระหว่างเดือนก.พ. ถึงเม.ย. ปีที่แล้ว  "ตามคำแนะนำ" ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับท้องถิ่นในจังหวัดโอซาก้า ทั้งนี้ นายอาโสะ วัย 77 ปี ซึ่งอยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้วย กล่าวว่าเขายอมรับเสียงวิจารณ์ทั้งหมด และขออภัยเป็นอย่างยิ่งต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอยืนยันจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก แต่นายอาโสะกล่าวว่าเขาจะยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางการเรียกร้องอย่างหนักของพรรคฝ่ายค้านและการประท้วงของประชาชน อีกทั้งผลสำรวจความคิดเห็นโดยหนังสือพิมพ์ซันเคอิระบุว่า 70% ของกลุ่มตัวอย่างต้องการให้นายอาโสะลาออก ขณะที่ก่อนหน้านั้นผู้นำญี่ปุ่นออกมากล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง แต่กล่าวว่าเขาเพิ่งทราบเรื่องราวทั้งหมด "ที่เป็นความผิดเฉพาะบุคคล" เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเท่านั้น และได้กำชับให้กระทรวงการคลังเร่งสืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม นายอาเบะกล่าวว่าการปรับแก้เนื้อหาในเอกสารฉบับนั้นเป็นไปเพื่อ "ให้สอดคล้อง" กับการแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรของนายโนบุฮิสะ ซางาวะ ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพากรแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่นายซางาวะลาออกจากตำแหน่งทันทีหลังเสร็จสิ้นการแถลง ซึ่งเป็นวันเดียวกับการพบเจ้าหน้าที่รายหนึ่งของกระทรวงการคลัง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการจัดทำเอกสารฉบับนี้ เสียชีวิตอยู่ภายในห้องพัก เบื้องต้นพนักงานสืบสวนสันนิษฐานเป็นการฆ่าตัวตาย ส่วนนายยาสึโนริ คาโกอิเคะ และภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าของสถาบันโมริโมโตะ ถูกจับกุมเมื่อเดือนก.ค. ปีที่แล้ว ในข้อหารับเงินสนับสนุนจากรัฐ "ด้วยวิธีการมิชอบ". ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews